• Home
  • ข่าวฟุตบอลไทย ทั้งชุดใหญ่และเยาวชน อัพเดททุกข้อมูลการแข่งขัน

สิงห์เชียงราย หรือ บุรีรัมย์ 2 ทีมลุ้นแชมป์ไทยลีกโค้งสุดท้าย

 

    หลังการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2019 นัดรองสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 สถานการณ์การลุ้นแชมป์ ณ ตอนนี้ ยังคงเป็นแชมป์เก่าอย่าง บุรีรัมย์ยู ไนเต็ด ที่ยังคงความได้เปรียบเหนือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 

หลังจากการแข่งขันนัดล่าสุดที่แชมป์เก่าอย่าง บุรีรัมย์ยู ไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ทั้งคู่ต่างต้องการจะชนะเพื่อจะเป็นแชมป์จ่าฝูงและเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2019 นัดนี้ก็เป็นเจ้าบ้านอย่าง ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีกว่า การท่าเรือ เอฟซีเ อาชนะไปได้ 3 ประตูต่อ 1 เมื่อผลงานในนัดนี้ทำให้ สิงห์เจ้าท่า หมดลุ้นแชมป์ไทยลีกอย่างเป็นทางการแล้วโดยแต้มทั้งหมดอยู่ที่ 52 คะแนนจาก 29 นัด โดยตามหลังบุรีรัมย์อยู่ 5 แต้มทำให้การท่าเรือหมดลุ้นแชมป์ไทยลีกอย่างแน่นอนแล้ว โดยที่ชั้นเดียวที่การท่าเรือเหลืออยู่คือการชิงแชมป์ถ้วยเอฟเอคัพ 2019 ที่จะลงฟาดแข้งกับราชบุรีมิตรผลในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ในบ้านตัวเองที่สนามลีโอสเตเดียมโดยแชมป์ของรายการนี้นั้นจะได้ไปเล่น AFC Champions League 2020 รอบ Play Off ด่าน 2 โดยอัตโนมัติ

ขณะเดียวกันทีมจ่าฝูงอย่างบุรีรัมย์ยูไนเต็ดก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมยึดตำแหน่งจ่าฝูงโดยมี 57 แต้มจากการลงเล่น 29 นัดต้องไปลุ้นนัดสุดท้ายกับสิงห์เชียงรายยูไนเต็ดที่มี 55 แต้มจากการลงเล่น 29 นัดเช่นเดียวกันโดยโปรแกรมนัดสุดท้ายไทยลีกสำหรับ 2 ทีมลุ้นแชมป์แข่งพร้อมกันในวันที่ 26 ตุลาคม 2562 นี้ โดยนัดต่อไปจ่าฝูงไทยลีกอย่าง บุรีรัมย์ จะต้องบุกไปเยือน เชียงใหม่ เอฟซี ทีมท้ายตารางที่ตอนนี้ตกชั้นเป็นที่แน่นอนแล้วนะสนามสมโภช 700 ปี

ส่วนสิงห์เชียงรายจะต้องบุกไปเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมที่ตกชั้นเป็นที่แน่นอนแล้วเช่นเดียวกัน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งนี้ บุรีรัมย์ กุมความได้เปรียบอยู่เพราะไม่ต้องพึ่งน้ำบ่อหน้าโดยที่ตนเองถ้าชนะก็จะได้แชมป์ไทยลีก 2019 ในทันที ขณะที่สิ่งเชียงรายจะต้องภาวนาให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอหรือแพ้เท่านั้นส่วนตัวเองนั้นจะต้องบุกไปคว้า 3 แต้มให้ได้สถานเดียวเช่นเดียวกัน

หาก สิงห์ เชียงราย เอาชนะได้ในนัดนี้และ บุรีรัมย์ พลาดท่าเสมอหรือแพ้ จะทำให้ทีมดังจากภาคเหนือได้แชมป์ไทยลีก 2019 ในทันทีด้วยคะแนนที่เหนือกว่าอยู่ 1 แต้มถ้าเป็นไปตามที่ระบุ ส่วนในกรณีที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้นผลออกมาเสมอและ สิงห์ เชียงรายชนะทาง สิงห์ เชียงราย ก็จะได้เป็นแชมป์ทันทีด้วยคะแนน 58 แต้มเท่ากันแต่ประตูได้เสียของ สิงห์ เชียงราย นั้นดีกว่า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด แต่ทั้ง 2 คู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยที่ปัจจัยที่จะเป็นตัวเปลี่ยนของแชมป์ไทยลีกนั้นก็อยู่ที่ เชียงใหม่ เอฟซี และ สุพรรณบุรี เอฟซี ว่าจะสร้างปัญหาให้กับทีมลุ้นแชมป์ทั้ง 2 ทีมได้มากน้อยเพียงไหนถึงทั้งคู่จะตกชั้นไปแล้วแต่คาดว่าสปิริตของทั้งสองทีมนั้นยังคงมีอยู่ 100%

โดยที่ตารางไทยพรีเมียร์ลีกอันดับ 1 ได้แก่บุรีรัมย์ยูไนเต็ดลงเล่น 29 นัดมี 57, คะแนน อันดับ 2 สิงห์เชียงรายยูไนเต็ด 29 นัดมี 55 , คะแนน อันดับที่ 3 การท่าเรือเอฟซี 29 นัด 52 , คะแนนอันดับที่ 4 แบงค็อก ยูไนเต็ด 29 นัด 47 คะแนน , อันดับที่ 5 เมืองทองยูไนเต็ด 29 นัด 43 คะแนน

นิชิโนะ เตรียมเรียกดาวรุ่ง ชุด U-23 ติดชุดใหญ่

หลังจากการเข้ามาคุม ทีมชาติไทย และ ทีมชาติไทยชุด ยู 23 ของ อากิระ นิชิโนะ ก่านที่จะเรียก 30 ผู้เล่นเข้ามาเก็บตัวภายในวันที่ 26-27 สิงหาคมนี้เพื่อที่จะเตรียมความพร้อม ในการลงเล่นเกมแรกพบกับเวียดนามวันที่ 5 ก.ย. 62 นี้

ข่าวล่าสุด นิชิโนะ ให้ความสนใจแข้งดาวรุ่งชุด ยู-23 ของไทย มีด้วยกัน 3 คนที่คาดว่าจะเป็นตัวเต๊งให้มาติดทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ นิชิโนะ  3 รายที่ว่าคือ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกความเร็วสูง, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ แนวรุก “แข้งเทพ” และ สุภโชค สาระชาติ ดาวเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สุภโชค สาระชาติ ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ไปแล้วในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช ในศึกฟุตบอล คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 โดยเข้ามาแทนเจ้าเจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่มีอาการบาทเจ็บ

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ เป็นผู้เล่นจากทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด สามารถจะยึดตัวจริงของทีมได้ ทำผลงานได้ดีเเละโดดเด่นมากในไทยลีก และเคยติดทีมชาติไทยชุดใหญ่มาแล้วในศึกฟุตบอล คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 แต่ถูกตัดตัวออกในการตัดตัว

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ทำผลงานในไทยลีก 2019 อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยึดกราบขวาของ สมุทปราการซิตี้ ตลอดจนทำแอสซิสต์และทำสกอร์อย่างเฉียบคม ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของความไว และสามารถวิ่งขึ้นลงทางริมเส้นได้อย่างไม่มีหมด

การเข้ามาของ นิชิโนะ ทำให้บรรยากาศของวงการฟุตบอลในประเทศไทยเกิดการตื่นตัวขึ้นมามาก โดยที่ผู้เล่นดาวรุ่งของแต่ล่ะทีมต่างก็พยายามทำผลงานให้เข้าตาโค้ช นิชิโนะ เพราะอาจจะมีรายชื่อติดทั้งทีมชาติไทยชุดใหญ่และชุดยู-23 ส่วนผู้เล่นที่อายุไม่เกิน 23 ปี นั้นยังมีอีกหลายคนที่ทำผลงานได้ดีในหลายๆตำแหน่งและคาดว่าน่าจะเป็นผู้เล่นที่มาจากหลายๆทีมที่ นิชิโนะ จะเลือกเข้าทีม ผู้เล่นจะต้องทำผลงานปัจจุบันได้ดีกับทีมต้นสังกัดและจะต้องได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นที่นั่งเป็นตัวสำรองก็ยากที่จะติดทีมชาติในยุค นิชิโนะ ด้วยแนวคิดแบบญี่ปุ่นและวิธีการเล่นบอลแบบ เพรสซิ่งที่นักเตะจะต้องมีความฟิตและมีทักษะที่ดีในการเล่นบอลรวมถึงเรื่องระเบียบวินัยด้วย ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติชุดใหญ่และชุดยู-23 เพื่อที่จะเป็นเรื่องง่ายต่อการทำทีมฟุตบอลเพื่อความต่อเนื่องของดาวรุ่งที่จะมาเล่นในชุดใหญ่ในอนาคตและรวมถึงผู้เล่นชุดใหญ่ในปัจจุบันด้วย

ให้กำลังใจสำหรับคนที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ในปัจจุบันนี้ถ้าถามว่ามีเด็กว่า โตขึ้นแล้วอยากเป็นอะไร ผมเชื่อครับว่าหนึ่งในคำตอบของเด็กๆ ก็คงจะมีคนตอบว่า อยากจะเป็นนักฟุตบอล ผมไม่แปลกใจเลยครับว่าเพราะอะไรเด็กถึงตอบว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอล นั้นก็เพราะว่าทุกวันนี้กีฬาฟุตบอลนั้นเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อสังคมไทยและทั่วโลก

กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีคนดูและชื่นชอบเป็นอับหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะมีแฟนบอลตั้งแต่ตัวเล็กๆ ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ จึงทำให้คนรู้จักกีฬาชนิดนี้มากขึ้น นักกีฬาฟุตบอลนั้นเป็นที่ยอมรับและได้รับการชื่นชมจากแฟนบอลทั่วโลกมากมาย ยิ่งใครที่เก่งๆ อยู่ทีมใหญ่ๆ ดังๆ ก็ยิ่งมีแฟนบอลเยอะและยังมีค่าตัวที่แพงมากด้วย พ่อแม่หลายคนก็พยายามที่จะพาลูกเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ทำให้เด็กถูกปลูกฝั่งตั้งแต่เด็ก ถ้าเด็กคนไหนชอบก็มีโอกาสที่จะพัฒนาให้เติบโตต่อไปได้ แต่ถ้าเด็กคนไหนไม่ชอบก็ข้ามไปสนใจทำอย่างอื่นเพื่อค้นหาตัวตนกันต่อไป

ในที่นี้จะของพูดถึงแค่กีฬาฟุตบอลเพียงอย่างเดียว พ่อแม่ที่สนับให้ลูกเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กเพราะเล็งเห็นว่าถ้าลูกไปเป็นนักฟุตบอลที่เก่ง โอกาสที่จะก้าวหน้าก็มีสูง อีกอย่างลูกจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลยาเสพติด ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นกันเยอะแยะ วงการฟุตบอลไทยหรือไทยพรีเมียร์ลีกก็มีความพร้อมและสนับสนุนให้เด็กเข้าไปเล่นฟุตบอลเยาวชนอยู่แล้ว

เมื่อใดก็ตามถ้ามีโอกาสที่จะเติบโตในวงการฟุตบอลก็จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมีนักเตะหลายคนมีรายได้ต่อวันมากกว่าเราทำงานหลายปี นี้จึงเป็นเหตุผลที่คนหันมาเล่นกีฬาฟุตบอลเยอะขึ้น ซึ่งถ้าใครที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ ก็ต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้

  •  ต้องรักฟุตบอลจริงๆ
  • พยายามเรียนรู้ทักษะที่สำคัญต่างๆ ของการเล่นฟุตบอล
  • ฝึกจนเกิดความชำนาญ ต้องฝึกบ่อยๆ จนเหมือนว่าการเล่นฟุตบอลนั้นหลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเลย
  • ต้องขยันหมั่นเพียนฝึกทักษะต่างๆ อย่างตั้งใจและทุมเท
  • ต้องแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อ คลิป วิดีโอ ภาพนิ่ง และสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล
  • นักกีฬาฟุตบอลจะต้องมีความมั่นใจสูง
  • หาประสบการณ์จากการแข่งขันอยู่บ่อยครั้ง
  • แสวงหาโอกาสในการสมัครเข้าเป็นนักฟุตบอลเยาวชนให้ได้

ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นรับรองว่าถ้าใครที่ทำได้ก็จะได้เป็นนักฟุตบอลที่ดีสมใจอย่างแน่นอน

กว่างโซ้งมหาภัย

ทีมเชียงราย ยูไนเต็ด หรือมีฉายาที่เรียกกันว่ากว่างโซ้งมหาภัย ได้มีการแถลงเปิดตัว วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ โรดริเกวส ดา ซิลวา เข้ามาร่วมทีม เพื่อจะได้เตรียมตัวลุยศึก YOYOTA ไทยลีกในปีนี้  และจะเป็นการปล่อยนักเตะรายนี้ลงเล่นในเลก 2 ซึ่งวิลเลี่ยม เอ็นริเก้ นั้นมีอายุเพียงแค่ 26 ปี เขาเป็นคนชาติ Brazil ซึ่งที่ผ่านมานั้นผลงานของนักเตะรายนี้เอาตอนที่เขาอยูกับสโมสร Victoria โดยลงเล่นไป 60 นัด ยิงได้ 8 ประตู และระหว่างนั้นเขาก็ได้ถึงทีมอื่นยืมตัวไปเล่นบ้าง แต่ก็เป็นเวลาเพียงไม่นาน

ซึ่งจากที่เขาไปเล่นให้กับหลายๆ ทีม เขาก็มีส่วนร่วมในการพาทีมคว้าแชมป์ระดับอีกด้วย และในปีนี้เองนักเตะรายนี้ก็ได้ถูกดึงตัวให้มาร่วมทัพ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เพราะทางทีมเองก็หวังว่านักเตะรายนี้จะทำผลงานได้ดี และช่วยพาทีมเข้าสู่การชิงแชมป์ได้ ถึงจะอย่างไรก็ต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย

เพราะถ้ามีทุนเดิมที่เก่งอยู่แล้ว แล้วยังขยันฝึกซ้อมเอาใจใส่ในการเล่น ทุ่มเมให้กับทีมเชียงราย ก็คงไม่น่าห่วงมาก เพราะวิลเลี่ยม เอ็นริเก้ นั้นเป็นนักเตะที่ดีมาโดยตลอด งานนี้ก็คงจะทำให้แฟนบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ได้อมยิ้มกันไปเป็นแถว เพราะเมื่อทีมมีวิลเลี่ยม เอ็นริเก้ เข้ามาเล่นด้วยก็ยิ่งจะทำให้ทีมมีโอกาสคว้าแชมป์ไทยลีกปีนี้มาครองได้ ถึงอย่างไรก็อย่างพึ่งประมาท

เนื่องจากทีมอื่นๆ ก็จะมีนักเตะตัวเก่งที่ยืมตัวจากทีมชั้นนำมาเล่นเหมือนกัน งานนี้ก็ไม่มีใครยอมใคร ยิ่งทำให้วงการฟุตบอลไทยนั้นมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น ทำเอาแฟนบอลลุ้นตัวโกงไปตามๆ กันอย่างแน่นอน

จัดเข้มรักบี้ซ้อมโหด4มื้อต่อวัน

สำหรับความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ฟุตบอลประเภท 7 คน ทั้งทีมชายและทีมหญิงที่ได้เดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมทีมสู่การแข่งขันระดับนานาชาติในปี 2562 ที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี “สารวัตรต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ควบคุมการฝึกซ้อมครั้งนี้ด้วยตัวเอง

โดยเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับทีมโค้ชที่มี โลเต้ ไรคาบูร่า อดีตนักรักบี้จากทีมออลแบล็คส์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทย, “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์, “โค้ชโพล้เพล้” ชวิอรรถ คล่องตรวจโรค, “โค้ชเย้” น.ท.ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์, “โค้ชบี๋” ขัญธิพงษ์ มีปิ่น พร้อมทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมดและนักกีฬารักบี้ประเภท 7 คนทั้งทีมชายและทีมหญิง ที่ยูโร ซัน ซี แซนด์ ท่ามกลางบรรยากาศริมหาดทับสะแกย่ามค่ำคืนที่สวยงาม

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ทีมรักบี้ประเภท 7 คนทั้งทีมชายและทีมหญิงได้เริ่มโปรแกรมการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลเต้ ไรคาบูร่า ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทยได้วางแผนการซ้อมต่อวัน 4 เวลาคือ เวลา 7.00 น., 10.00 น., 14.00 น. และ 16.00 น. ที่โรงเรียนทับสะแกวิทยาคม และการซ้อมในวันแรกจะเน้นไปที่เรื่องของพละกำลังและความเข้าใจระบบการเล่นทีมเวิร์คเป็นหลัก

สำหรับการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นซึ่ง โลเต้ ไรคาบูร่า เปิดเผยว่า การมาเก็บตัวในครั้งนี้เป็นแนวคิดของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ต้องการจะเปลี่ยนบรรยากาศในการฝึกซ้อมจากเดิมที่จะซ้อมกันที่สนามโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กับ สนามเฉลิมพระเกียรติฯ เขตบางบอน ซึ่งภาพรวมวันแรกก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากนักกีฬาได้รีแลกซ์ร่างกายได้ออกมาเห็นอะไรที่แปลกหูแปลกตาควบคู่กับการฝึกซ้อม ขณะเดียวกันการซ้อมหนัก 4 ช่วงเวลาต่อ 1 วัน เปรียบเสมือนการจำลองการแข่งขันจริงเพราะการแข่งรักบี้ 7 คนต้องเล่นได้ทุกช่วงเวลา

โดยโค้ชอดีตทีมออลแบล็คส์ เผยต่อว่า นักกีฬาไทยทั้งชายและหญิงจะต้องพัฒนาขึ้นอีกมาก ตราบใดที่เรายังไม่ขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ก็ต้องพัฒนาทุกอย่าง และยังมีหลายอย่างที่ต้องแก้ไขเพื่อเป้าหมายที่ทางนายกสมาคมรักบี้ไทยได้ตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายตนเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องคว้าเหรียญทองศึกซีเกมส์ทั้งทีมชายและทีมหญิงอีกทั้งยังมีการพาทีมหญิงควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ ตนมองว่าทีมรักบี้ 7 คนไทยมีศักยภาพที่ดีฉะนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก และเชื่อว่านักกีฬาทุกคนมีความกระหายในชัยชนะและมีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

ซึ่งการออกมาฝึกซ้อมนอกสถานที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเช็คความพร้อมและสภาพความฟิตของร่างกายแต่ละคน ก่อนที่ทีมหญิงจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-18 มี.ค.นี้ และทีมชายจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและมีโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมชาติในอาเซียนด้วยกันที่ประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 21-25 มี.ค.นี้

ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เบอร์1 !!! ป็อกบามีส่วนร่วมทำประตูมากสุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุดสำหรับใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป ถ้านับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม เป็นต้นมา หลังจากเขามีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 11 หน ส่วนที่ 2 คือ ซน ฮึง-มิน กองหน้า เกาหลีใต้ ที่มีส่วนร่วม 10 หน

ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าเขาเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในเกมลีกมากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป (พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส) เมื่อนับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม เป็นต้นมา จากจำนวน 11 ครั้ง

สำหรับในนัดล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ถึงสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ป็อกบา เปิดบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่ แรชฟอร์ด จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ “ปีศาจแดง” เก็บ 3 แต้มเต็มได้

ทั้งนี้ ถ้านับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนฯ ยูไนเต็ด นำทีมลงเล่นแล้วนั้น ป็อกบา ก็มีส่วนร่วมกับการทำประตูถึง 11 หน แบ่งเป็นการทำประตูเอง 6 ลูก กับอีก 5 แอสซิสต์ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันมันไม่มีนักเตะคนไหนใน 5 ลีกดังของทวีปยุโรปที่ทำได้ดีเท่าเขา โดยอันดับสองได้แก่ ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในลีก 10 ลูก

นักเตะ 3 อันดับแรกที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในเกมลีกมากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป นับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา

  1. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 11 ครั้ง (ทำประตู 6 ลูก, แอสซิสต์ 5 ครั้ง)
  2. ซน ฮึง-มิน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) 10 ครั้ง (ทำประตู 7 ลูก, แอสซิสต์ 3 ครั้ง
  3. ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า) 9 ครั้ง (ทำประตู 9 ลูก, แอสซิสต์ 0 ครั้ง)

– เอดินสัน คาวานี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) 9 ครั้ง (ทำประตู 6 ลูก, แอสซิสต์ 3 ครั้ง)

“ชนาธิป” เผยความในใจ อยากให้ “โค้ชโต่ย-โค้ชโชค” ลุยกันต่อ

เมื่อเรื่องราวการเข้ามาขัดตาทัพให้กับทีมชาติไทย แต่กลับไปสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ เอเชียน คัพ 2019 ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ในรายการดังกล่าวของพลพรรค “ช้างศึก” โดยเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของกุนซือคู่อย่าง “โค้ชโต่ย”ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับ “โค้ชโชค”โชคทวี พรหมรัตน์

ซึ่งเพลย์เมกเกอร์ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ มั่นใจว่า ถ้า “โค้ชโต่ย” และ “โค้ชโชค” ยังร่วมมือกันในทีมต่อเนื่อง จะทำให้ทีมออกมาแข็งแกร่งในอนาคตแน่นอน เพราะแค่ 3 นัดที่ผ่านมา ยังสามารถพาทีม ชนะ บาห์เรน 1-0, เสมอ ยูเออี 1-1 และ แพ้ จีน 1-2 กับรูปแบบทีมที่วิ่งสู้ฟัดอย่างมาก

พร้อมกันนี้เจ้าของรางวัล 11 นักเตะยอดเยี่ยม เจ ลีก 2018, นักเตะทรงคุณค่าของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 2018 จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีม เชื่อมั่นถึงโค้ชคู่นี้ว่า สามารถสร้างบรรยากาศให้กับทีมได้ดีอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

 

ประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA)

เปิดตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นั่งแท่นประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA)

คุณ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นั่งแท่นประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) เป็นคนแรกของเมืองไทย ด้าน คุณสนทยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพมอบเงินสนับสนุน 3 แสนบาท

เมื่อในวันพุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น. ที่ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการแถลงการเปิดตัว สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) โดยสมาคมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักฟุตบอลอาชีพไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบจากสโมสรต้นสังกัด หรือ เอเยนต์ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสิทธิในการจ้างงานและการผิดสัญญาที่สโมสรมีต่อนักเตะ รวมถึงยังทำหน้าที่คอยเป็นตัวกลางในการเป็นที่ปรึกษาและช่วยเหลือนักกีฬาฟุตบอลอาชีพด้วย

ภายในงานมีบุุคลที่สำคัญคือ คุณสนทยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ และสภากรรมการ ประกอบไปด้วยนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง อาทิ พิภพ อ่อนโม้, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ดัสกร ทองเหลา, อดุล หละโสะ, อนาวิน จูจีน, สุทธินันท์ พุกหอม รวมไปถึงนักฟุตบอลชื่อดังที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนาสิทธ์ ศิริผลา, อดิศร พรหมรักษ์ ฯลฯ

ทาง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล กล่าวว่า “สมาคมนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้นักกีฬาไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบ ดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ คอยช่วยเหลือนักกีฬาฟุตบอลไทยด้วยกันครับ ”

ทั้งนี้ นายกสมาคมบอล และคุณสนทยา คุณปลื้ม ยังมอบเงินท่านละ 300,000 บาท รวมเป็น 600,000 บาท ให้กับสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพอีกด้วย

ประเด็นหลักที่ไทย เสมอ ฟิลิปปินส์

เมื่อพวกเขายังไม่มีใครสามารถคว้า 3 แต้มออกไปได้ ก็คงยังต้องเหนื่อยกันต่อไปในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 ระหว่าง ฟิลิปปินส์ กับ ไทย และยังทำให้ สิงคโปร์ ยังมีลุ้นเต็มที่ที่จะเข้ารอบน็อกเอาต์อีกทีมไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกม ซูซูกิคัพ กลุ่มบี เกมนี้กันบ้าง

  • ฟิลิปปินส์ พวกเขาเตรียมตัวมาดี

ลูกทีมของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ทำการบ้านมาดีสุด ๆ ในเกมนี้ เมื่อพวกเขาตัดการประสานเกมรุกของ ไทย แทบจะเด็ดขาด ทั้งเข้าประกบเร็ว ตัดสายพานลำเลียงบอล โดยเฉพาะ 4 ตัวรุกอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, อดิสักดิ์ ไกรษร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่เหมือนว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากช่วงเวลาสั้น ๆ ในครึ่งหลัง และเป็นจังหวะเดียวที่พวกเขาส่งบอลเข้าประตู ฟิลิปปินส์ ได้ฟิลิปปินส์ มีโอกาสเข้ารอบมากขึ้นเมื่อพวกเขารอดความพ่าแพ้มาจากไทยได้ เพราะขอแค่ผลเสมอกับ อินโดนีเซีย ที่ตกรอบไปแล้วก็จะเข้ารอบทันที

  • ธนบูรณ์ ควบคุมเกมกลางสนามไม่อยู่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มีปัญหากับการจัดการคู่แข่งที่กลางสนาม เพราะเขาเป็นแบบนี้มา 3 นัดแล้ว ไม่แน่ใจว่านี่เป็นแผนของ มิโลวาน ราเยวัช หรือไม่ที่ตั้งใจให้เขาลงไปตั้งเกมรับตรงกลางค่อนข้างต่พ แต่ที่เราเห็นปัญหาของเขาเพิ่มในเกมนี้ก็คือเขาดูไม่มีกะจิตกะใจจะหยุดเกมรุกของ ฟิลิปปินส์ เท่าไหร่

ธนบูรณ์ มีข้อดีอยู่อย่างคือเขาเป็นตัวเชื่อมเกมได้ดียามทีมทำเกมรุก แต่เนื่องจากวันนี้ ไทย แทบจะทำเกมรุกใส่คู่แข่งไม่ได้เลย หน้าที่หลักของเขาในวันนี้จึงควรเป็นการสกัดบอลที่กลางสนาม ซึ่งเขาทำได้น้อยมาก บ่อยครั้งที่เขาได้แต่มองคู่แข่งจ่ายบอลผ่านหน้าเขาไป และเขาก็มักจะวิ่งเหยาะ ๆ ลงไปช่วยเกมรับอย่างช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่น่าจะไปได้เร็วกว่านั้น

ราเยวัช อาจจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของ ธนบูรณ์ กับแท็กติกของเขาแล้วว่ามันไปด้วยกันได้ไหม ก่อนที่เขาจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกครั้งในศีก ซูซูกิคัพ ครั้งนี้

  • ไทย ตั้งเกมรับลึก

สำหรับเกมนี้เป็นเกมที่ 3 แล้วที่เราได้เห็น 4 กองหลังของ ไทย ไปอัดแน่นกันอยู่ในเขตโทษ ซึ่่งข้อดีก็คือพวกเขาแทบจะเก็บกินจังหวะง่าย ๆ ได้หมด และสามารถบีบพื้นที่จนฝั่งเจ้าบ้านมีช่องยิงไม่มากนัก แต่ข้อเสียของมันก็คือการเป็นระเบิดเวลาที่แนวรับ ไทย พลาดเมื่อไหร่ พวกเขาก็เสียประตูแน่ ๆ

ในเกมๆนี้พวกเขาถือว่าโชคดีที่ ฟิลิปปินส์ ดูลนลานกันไปเองเวลาได้โอกาสจบสกอร์ นักเตะอย่าง มานูเอล อ็อต, ฟิล ยังฮัสแบนด์ หรือ จอห์น-แพทริก สเตราส์ มีโอกาสมกามายที่จะเจาะประตูทีมชาติ ไทย แต่ก็ทำลั่นกันไปเอง ซึ่งน่าคิดเหมือนกันหากคู่แข่งของพวกเขาเป็น เวียดนาม พวกเขาจะโดนกันไปกี่ประตู

ถ้าจะให้เปรียบง่าย ๆ ว่าตอนนี้พวกเขาเล่นเหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ มูรินโญ นั่นแหละ 4 กองหลังอยู่ในเขตโทษ เอาปีกลงมาเป็นวิงแบ็ค กองกลางตัวรับวิ่งเกะกะหน้าเขตโทษ ทิ้งกองหน้าไว้คนเดียว มีมิดฟิลด์ตัวเปิดบอลทำหน้าที่โยนสวนกลับ มีปีกซ้ายที่ใช้ความเร็วก่อกวนคู่แข่ง… เหมือนเด๊ะ ๆ เลยจริง ๆ นะ

  • 3 ใบเหลือง กับรูปเกมที่ยากขึ้นของ ไทย

สำหรับ ราเยวัช คงไม่ได้เตรียมตัวมาเจอเรื่อวแบบนี้เท่าไหร่ เมื่อ 3 ผู้เล่น ไทย ที่ต้องทำหน้าที่สกัดบ่อย ๆ อย่าง ฟิลิป โรลเลอร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โดนใบเหลืองรัว ๆ โดยที่เกมยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยซ้ำ และนี่เองที่อาจเป้นสาเหตุให้พวกเขาดูไม่กล้าสกัดบอลใส่คู่แข่งเลยโดยเฉพาะบริเวณกลางสนาม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่ใช่ข้อแก้ตัวของแนวรับคนอื่น ๆ อย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ หรือ กรกช วิริยะอุดมศิริ ที่วันนี้ดูเหมือนจะสกัดบอลไม่ค่อยได้กันเลย ซึ่งต่างกับเกมที่แล้วสุด ๆ ที่ทั้งคู่เป็นเหมือนฮีโร่ที่พาทีมชนะ อินโดนีเซีย ได้

  • โอกาสยังเปิดกว้างเกินไป

ดังนั้น ผลเสมอในเกมนี้ยังคงเป็นผลดีกับ ไทย เพราะพวกเขามีผลต่างประตูที่ดีกว่า ฟิลิปปินส์ (ไทย +9 ฟิลิปินส์ +2) และนั่นหมายความว่าแค่ผลเสมอกับ สิงคโปร์ ก็จะพาพวกเขาเข้ารอบทันที และถ้าแต้มเท่า ฟิลิปปินส์ ก็จะได้เป็นจ่าฝูง ส่วนทีมที่งานหนักที่สุดก็คงเป็น สิงคโปร์ ที่ต้องการผลชนะเพื่อความชัวร์ เพราะจะไปแช่งให้ ฟิลิปปินส์ แพ้ก็กะไรอยู่ อย่างไรก็ตาม เกมฟุตบอลลูกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฟิลิปปินส์ ยังเคยเกือบโดน ติมอร์-เลสเต ตีเสมอมาแล้ว เพราะฉะนั้นพวกเขาจะประมาท อินโดนีเซีย ไม่ได้เด็ดขาด

ดอร์ทมุนด์ไม่คิดขายซานโช่ !

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของอังกฤษ ตีข่าว ดอร์ทมุนด์ ไม่สนใจที่จะขาย เจดอน ซานโช่ ปีกอนาคตไกล ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจดึงดาวเตะทีมชาติอังกฤษไปเสริมแกร่ง

   โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ไม่มีความคิดที่จะขาย เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งออกจากทีมแต่อย่างใด ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

ซานโช่ ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งดาวเตะชาวอังกฤษก็ทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ หลังจากยิงไป 5 ประตู และทำอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 นัดในทุกรายการ แถมเขายังมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษแล้วด้วย

จากฟอร์มดังกล่าว ทำให้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คิดที่จะดึงแข้งวัย 18 ปีไปร่วมทัพ แต่ล่าสุด สกายสปอร์ตส์ แฉเองว่า ดอร์ทมุนด์ ไม่สนใจที่จะขาย ซานโช่ แม้แต่นิดเดียว และตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อหาเงินมาเข้าทีมด้วย หลังจากตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาทีมดังแห่งถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ปล่อยแข้งเก่งๆ ไปหลายคนจนทำให้มีเงินเยอะพอตัว

ทั้งนี้ ซานโช่ เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในสัญญาฉบับดังกล่าวมันไม่มีการใส่เงื่อนไขเรื่องค่าฉีกสัญญาเข้าไปด้วยแต่อย่างใด