• Home
  • ข่าวฟุตบอลไทย ทั้งชุดใหญ่และเยาวชน อัพเดททุกข้อมูลการแข่งขัน

จัดเข้มรักบี้ซ้อมโหด4มื้อต่อวัน

สำหรับความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ฟุตบอลประเภท 7 คน ทั้งทีมชายและทีมหญิงที่ได้เดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมทีมสู่การแข่งขันระดับนานาชาติในปี 2562 ที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี “สารวัตรต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ควบคุมการฝึกซ้อมครั้งนี้ด้วยตัวเอง

โดยเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับทีมโค้ชที่มี โลเต้ ไรคาบูร่า อดีตนักรักบี้จากทีมออลแบล็คส์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทย, “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์, “โค้ชโพล้เพล้” ชวิอรรถ คล่องตรวจโรค, “โค้ชเย้” น.ท.ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์, “โค้ชบี๋” ขัญธิพงษ์ มีปิ่น พร้อมทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมดและนักกีฬารักบี้ประเภท 7 คนทั้งทีมชายและทีมหญิง ที่ยูโร ซัน ซี แซนด์ ท่ามกลางบรรยากาศริมหาดทับสะแกย่ามค่ำคืนที่สวยงาม

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ทีมรักบี้ประเภท 7 คนทั้งทีมชายและทีมหญิงได้เริ่มโปรแกรมการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลเต้ ไรคาบูร่า ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติไทยได้วางแผนการซ้อมต่อวัน 4 เวลาคือ เวลา 7.00 น., 10.00 น., 14.00 น. และ 16.00 น. ที่โรงเรียนทับสะแกวิทยาคม และการซ้อมในวันแรกจะเน้นไปที่เรื่องของพละกำลังและความเข้าใจระบบการเล่นทีมเวิร์คเป็นหลัก

สำหรับการฝึกซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นซึ่ง โลเต้ ไรคาบูร่า เปิดเผยว่า การมาเก็บตัวในครั้งนี้เป็นแนวคิดของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ต้องการจะเปลี่ยนบรรยากาศในการฝึกซ้อมจากเดิมที่จะซ้อมกันที่สนามโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กับ สนามเฉลิมพระเกียรติฯ เขตบางบอน ซึ่งภาพรวมวันแรกก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากนักกีฬาได้รีแลกซ์ร่างกายได้ออกมาเห็นอะไรที่แปลกหูแปลกตาควบคู่กับการฝึกซ้อม ขณะเดียวกันการซ้อมหนัก 4 ช่วงเวลาต่อ 1 วัน เปรียบเสมือนการจำลองการแข่งขันจริงเพราะการแข่งรักบี้ 7 คนต้องเล่นได้ทุกช่วงเวลา

โดยโค้ชอดีตทีมออลแบล็คส์ เผยต่อว่า นักกีฬาไทยทั้งชายและหญิงจะต้องพัฒนาขึ้นอีกมาก ตราบใดที่เรายังไม่ขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ก็ต้องพัฒนาทุกอย่าง และยังมีหลายอย่างที่ต้องแก้ไขเพื่อเป้าหมายที่ทางนายกสมาคมรักบี้ไทยได้ตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายตนเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องคว้าเหรียญทองศึกซีเกมส์ทั้งทีมชายและทีมหญิงอีกทั้งยังมีการพาทีมหญิงควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ ตนมองว่าทีมรักบี้ 7 คนไทยมีศักยภาพที่ดีฉะนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก และเชื่อว่านักกีฬาทุกคนมีความกระหายในชัยชนะและมีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว

ซึ่งการออกมาฝึกซ้อมนอกสถานที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเช็คความพร้อมและสภาพความฟิตของร่างกายแต่ละคน ก่อนที่ทีมหญิงจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-18 มี.ค.นี้ และทีมชายจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและมีโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมชาติในอาเซียนด้วยกันที่ประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 21-25 มี.ค.นี้

ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เบอร์1 !!! ป็อกบามีส่วนร่วมทำประตูมากสุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุดสำหรับใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป ถ้านับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม เป็นต้นมา หลังจากเขามีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 11 หน ส่วนที่ 2 คือ ซน ฮึง-มิน กองหน้า เกาหลีใต้ ที่มีส่วนร่วม 10 หน

ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าเขาเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในเกมลีกมากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป (พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส) เมื่อนับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม เป็นต้นมา จากจำนวน 11 ครั้ง

สำหรับในนัดล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ถึงสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ป็อกบา เปิดบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่ แรชฟอร์ด จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ “ปีศาจแดง” เก็บ 3 แต้มเต็มได้

ทั้งนี้ ถ้านับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนฯ ยูไนเต็ด นำทีมลงเล่นแล้วนั้น ป็อกบา ก็มีส่วนร่วมกับการทำประตูถึง 11 หน แบ่งเป็นการทำประตูเอง 6 ลูก กับอีก 5 แอสซิสต์ ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันมันไม่มีนักเตะคนไหนใน 5 ลีกดังของทวีปยุโรปที่ทำได้ดีเท่าเขา โดยอันดับสองได้แก่ ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในลีก 10 ลูก

นักเตะ 3 อันดับแรกที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูในเกมลีกมากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป นับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา

  1. ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 11 ครั้ง (ทำประตู 6 ลูก, แอสซิสต์ 5 ครั้ง)
  2. ซน ฮึง-มิน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) 10 ครั้ง (ทำประตู 7 ลูก, แอสซิสต์ 3 ครั้ง
  3. ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า) 9 ครั้ง (ทำประตู 9 ลูก, แอสซิสต์ 0 ครั้ง)

– เอดินสัน คาวานี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) 9 ครั้ง (ทำประตู 6 ลูก, แอสซิสต์ 3 ครั้ง)

“ชนาธิป” เผยความในใจ อยากให้ “โค้ชโต่ย-โค้ชโชค” ลุยกันต่อ

เมื่อเรื่องราวการเข้ามาขัดตาทัพให้กับทีมชาติไทย แต่กลับไปสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ เอเชียน คัพ 2019 ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ในรายการดังกล่าวของพลพรรค “ช้างศึก” โดยเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของกุนซือคู่อย่าง “โค้ชโต่ย”ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับ “โค้ชโชค”โชคทวี พรหมรัตน์

ซึ่งเพลย์เมกเกอร์ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ มั่นใจว่า ถ้า “โค้ชโต่ย” และ “โค้ชโชค” ยังร่วมมือกันในทีมต่อเนื่อง จะทำให้ทีมออกมาแข็งแกร่งในอนาคตแน่นอน เพราะแค่ 3 นัดที่ผ่านมา ยังสามารถพาทีม ชนะ บาห์เรน 1-0, เสมอ ยูเออี 1-1 และ แพ้ จีน 1-2 กับรูปแบบทีมที่วิ่งสู้ฟัดอย่างมาก

พร้อมกันนี้เจ้าของรางวัล 11 นักเตะยอดเยี่ยม เจ ลีก 2018, นักเตะทรงคุณค่าของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 2018 จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีม เชื่อมั่นถึงโค้ชคู่นี้ว่า สามารถสร้างบรรยากาศให้กับทีมได้ดีอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

 

ประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA)

เปิดตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นั่งแท่นประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA)

คุณ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นั่งแท่นประธานสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) เป็นคนแรกของเมืองไทย ด้าน คุณสนทยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพมอบเงินสนับสนุน 3 แสนบาท

เมื่อในวันพุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 น. ที่ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการแถลงการเปิดตัว สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ (PFA) โดยสมาคมดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักฟุตบอลอาชีพไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบจากสโมสรต้นสังกัด หรือ เอเยนต์ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรมต่อสิทธิในการจ้างงานและการผิดสัญญาที่สโมสรมีต่อนักเตะ รวมถึงยังทำหน้าที่คอยเป็นตัวกลางในการเป็นที่ปรึกษาและช่วยเหลือนักกีฬาฟุตบอลอาชีพด้วย

ภายในงานมีบุุคลที่สำคัญคือ คุณสนทยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ และสภากรรมการ ประกอบไปด้วยนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง อาทิ พิภพ อ่อนโม้, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ดัสกร ทองเหลา, อดุล หละโสะ, อนาวิน จูจีน, สุทธินันท์ พุกหอม รวมไปถึงนักฟุตบอลชื่อดังที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนาสิทธ์ ศิริผลา, อดิศร พรหมรักษ์ ฯลฯ

ทาง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล กล่าวว่า “สมาคมนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้นักกีฬาไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบ ดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ คอยช่วยเหลือนักกีฬาฟุตบอลไทยด้วยกันครับ ”

ทั้งนี้ นายกสมาคมบอล และคุณสนทยา คุณปลื้ม ยังมอบเงินท่านละ 300,000 บาท รวมเป็น 600,000 บาท ให้กับสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพอีกด้วย

ประเด็นหลักที่ไทย เสมอ ฟิลิปปินส์

เมื่อพวกเขายังไม่มีใครสามารถคว้า 3 แต้มออกไปได้ ก็คงยังต้องเหนื่อยกันต่อไปในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 ระหว่าง ฟิลิปปินส์ กับ ไทย และยังทำให้ สิงคโปร์ ยังมีลุ้นเต็มที่ที่จะเข้ารอบน็อกเอาต์อีกทีมไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกม ซูซูกิคัพ กลุ่มบี เกมนี้กันบ้าง

  • ฟิลิปปินส์ พวกเขาเตรียมตัวมาดี

ลูกทีมของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ทำการบ้านมาดีสุด ๆ ในเกมนี้ เมื่อพวกเขาตัดการประสานเกมรุกของ ไทย แทบจะเด็ดขาด ทั้งเข้าประกบเร็ว ตัดสายพานลำเลียงบอล โดยเฉพาะ 4 ตัวรุกอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, อดิสักดิ์ ไกรษร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่เหมือนว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากช่วงเวลาสั้น ๆ ในครึ่งหลัง และเป็นจังหวะเดียวที่พวกเขาส่งบอลเข้าประตู ฟิลิปปินส์ ได้ฟิลิปปินส์ มีโอกาสเข้ารอบมากขึ้นเมื่อพวกเขารอดความพ่าแพ้มาจากไทยได้ เพราะขอแค่ผลเสมอกับ อินโดนีเซีย ที่ตกรอบไปแล้วก็จะเข้ารอบทันที

  • ธนบูรณ์ ควบคุมเกมกลางสนามไม่อยู่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มีปัญหากับการจัดการคู่แข่งที่กลางสนาม เพราะเขาเป็นแบบนี้มา 3 นัดแล้ว ไม่แน่ใจว่านี่เป็นแผนของ มิโลวาน ราเยวัช หรือไม่ที่ตั้งใจให้เขาลงไปตั้งเกมรับตรงกลางค่อนข้างต่พ แต่ที่เราเห็นปัญหาของเขาเพิ่มในเกมนี้ก็คือเขาดูไม่มีกะจิตกะใจจะหยุดเกมรุกของ ฟิลิปปินส์ เท่าไหร่

ธนบูรณ์ มีข้อดีอยู่อย่างคือเขาเป็นตัวเชื่อมเกมได้ดียามทีมทำเกมรุก แต่เนื่องจากวันนี้ ไทย แทบจะทำเกมรุกใส่คู่แข่งไม่ได้เลย หน้าที่หลักของเขาในวันนี้จึงควรเป็นการสกัดบอลที่กลางสนาม ซึ่งเขาทำได้น้อยมาก บ่อยครั้งที่เขาได้แต่มองคู่แข่งจ่ายบอลผ่านหน้าเขาไป และเขาก็มักจะวิ่งเหยาะ ๆ ลงไปช่วยเกมรับอย่างช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่น่าจะไปได้เร็วกว่านั้น

ราเยวัช อาจจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของ ธนบูรณ์ กับแท็กติกของเขาแล้วว่ามันไปด้วยกันได้ไหม ก่อนที่เขาจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกครั้งในศีก ซูซูกิคัพ ครั้งนี้

  • ไทย ตั้งเกมรับลึก

สำหรับเกมนี้เป็นเกมที่ 3 แล้วที่เราได้เห็น 4 กองหลังของ ไทย ไปอัดแน่นกันอยู่ในเขตโทษ ซึ่่งข้อดีก็คือพวกเขาแทบจะเก็บกินจังหวะง่าย ๆ ได้หมด และสามารถบีบพื้นที่จนฝั่งเจ้าบ้านมีช่องยิงไม่มากนัก แต่ข้อเสียของมันก็คือการเป็นระเบิดเวลาที่แนวรับ ไทย พลาดเมื่อไหร่ พวกเขาก็เสียประตูแน่ ๆ

ในเกมๆนี้พวกเขาถือว่าโชคดีที่ ฟิลิปปินส์ ดูลนลานกันไปเองเวลาได้โอกาสจบสกอร์ นักเตะอย่าง มานูเอล อ็อต, ฟิล ยังฮัสแบนด์ หรือ จอห์น-แพทริก สเตราส์ มีโอกาสมกามายที่จะเจาะประตูทีมชาติ ไทย แต่ก็ทำลั่นกันไปเอง ซึ่งน่าคิดเหมือนกันหากคู่แข่งของพวกเขาเป็น เวียดนาม พวกเขาจะโดนกันไปกี่ประตู

ถ้าจะให้เปรียบง่าย ๆ ว่าตอนนี้พวกเขาเล่นเหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ มูรินโญ นั่นแหละ 4 กองหลังอยู่ในเขตโทษ เอาปีกลงมาเป็นวิงแบ็ค กองกลางตัวรับวิ่งเกะกะหน้าเขตโทษ ทิ้งกองหน้าไว้คนเดียว มีมิดฟิลด์ตัวเปิดบอลทำหน้าที่โยนสวนกลับ มีปีกซ้ายที่ใช้ความเร็วก่อกวนคู่แข่ง… เหมือนเด๊ะ ๆ เลยจริง ๆ นะ

  • 3 ใบเหลือง กับรูปเกมที่ยากขึ้นของ ไทย

สำหรับ ราเยวัช คงไม่ได้เตรียมตัวมาเจอเรื่อวแบบนี้เท่าไหร่ เมื่อ 3 ผู้เล่น ไทย ที่ต้องทำหน้าที่สกัดบ่อย ๆ อย่าง ฟิลิป โรลเลอร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โดนใบเหลืองรัว ๆ โดยที่เกมยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงโดยซ้ำ และนี่เองที่อาจเป้นสาเหตุให้พวกเขาดูไม่กล้าสกัดบอลใส่คู่แข่งเลยโดยเฉพาะบริเวณกลางสนาม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่ใช่ข้อแก้ตัวของแนวรับคนอื่น ๆ อย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ หรือ กรกช วิริยะอุดมศิริ ที่วันนี้ดูเหมือนจะสกัดบอลไม่ค่อยได้กันเลย ซึ่งต่างกับเกมที่แล้วสุด ๆ ที่ทั้งคู่เป็นเหมือนฮีโร่ที่พาทีมชนะ อินโดนีเซีย ได้

  • โอกาสยังเปิดกว้างเกินไป

ดังนั้น ผลเสมอในเกมนี้ยังคงเป็นผลดีกับ ไทย เพราะพวกเขามีผลต่างประตูที่ดีกว่า ฟิลิปปินส์ (ไทย +9 ฟิลิปินส์ +2) และนั่นหมายความว่าแค่ผลเสมอกับ สิงคโปร์ ก็จะพาพวกเขาเข้ารอบทันที และถ้าแต้มเท่า ฟิลิปปินส์ ก็จะได้เป็นจ่าฝูง ส่วนทีมที่งานหนักที่สุดก็คงเป็น สิงคโปร์ ที่ต้องการผลชนะเพื่อความชัวร์ เพราะจะไปแช่งให้ ฟิลิปปินส์ แพ้ก็กะไรอยู่ อย่างไรก็ตาม เกมฟุตบอลลูกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฟิลิปปินส์ ยังเคยเกือบโดน ติมอร์-เลสเต ตีเสมอมาแล้ว เพราะฉะนั้นพวกเขาจะประมาท อินโดนีเซีย ไม่ได้เด็ดขาด

ดอร์ทมุนด์ไม่คิดขายซานโช่ !

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของอังกฤษ ตีข่าว ดอร์ทมุนด์ ไม่สนใจที่จะขาย เจดอน ซานโช่ ปีกอนาคตไกล ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจดึงดาวเตะทีมชาติอังกฤษไปเสริมแกร่ง

   โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ไม่มีความคิดที่จะขาย เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งออกจากทีมแต่อย่างใด ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

ซานโช่ ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งดาวเตะชาวอังกฤษก็ทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ หลังจากยิงไป 5 ประตู และทำอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 14 นัดในทุกรายการ แถมเขายังมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษแล้วด้วย

จากฟอร์มดังกล่าว ทำให้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คิดที่จะดึงแข้งวัย 18 ปีไปร่วมทัพ แต่ล่าสุด สกายสปอร์ตส์ แฉเองว่า ดอร์ทมุนด์ ไม่สนใจที่จะขาย ซานโช่ แม้แต่นิดเดียว และตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อหาเงินมาเข้าทีมด้วย หลังจากตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาทีมดังแห่งถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ปล่อยแข้งเก่งๆ ไปหลายคนจนทำให้มีเงินเยอะพอตัว

ทั้งนี้ ซานโช่ เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในสัญญาฉบับดังกล่าวมันไม่มีการใส่เงื่อนไขเรื่องค่าฉีกสัญญาเข้าไปด้วยแต่อย่างใด

อาจเข้าใจผิด เกี่ยวกับเรื่องทนายแจงมาราโดน่าด่าเมสซี่

เป็นเรื่องราวกันไปใหญ่กับ มาติยาส มอร์ล่า ที่เป็นทนายความของ ดีเอโก้ มาราโดน่า อดีตยอดแข้งคนดัง ระบุ “เสือเตี้ย” ไม่ได้ตั้งใจจวก ลิโอเนล เมสซี่ เหมือนที่หลายคนคิดเลย พร้อมเผย มาราโดน่า จะติดต่อไปหา เมสซี่ เพื่อพูดถึงเรื่องนี้ด้วย

ช่วงที่ผ่านมา มาราโดน่า คอยปกป้อง เมสซี่ มาโดยตลอด หลังจากที่ดาวเตะจาก บาร์เซโลน่า มักจะโดนตำหนิเรื่องที่ล้มเหลวกับทีมชาติบ่อยๆ แต่ไม่นานมานี้อดีตแข้งคนดังให้สัมภาษณ์กับ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังในเชิงเหมือนจะตำหนิ เมสซี่ ว่าไม่เหมาะที่จะเป็นกัปตันทีมเพราะชอบเข้าห้องน้ำ 20 ครั้งก่อนเริ่มเกมในแต่ละนัด และเล่นให้ทีมชาติต่างกับสมัยเล่นให้ต้นสังกัด นอกจากนี้ มาราโดน่า ยังบอกอีกว่าถ้าตัวเองเป็นเทรนเนอร์ของ อาร์เจนตินา แล้วล่ะก็ ตนก็จะไม่เรียก เมสซี่ มาติดทีมชาติอีกแล้ว

เรื่องดังกล่าวทำให้หลายคนแปลกใจอย่างมาก ขณะที่ มักซี่ เบียงคุชชี่ ลูกพี่ลูกน้องของ เมสซี่ ออกมาตำหนิ มาราโดน่า อย่างหนักว่าให้สัมภาษณ์แบบโง่ๆ ส่วน มาริโอ เคมเปส อดีตยอดดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ก็ถึงขั้นบอกว่า มาราโดน่า ควรเรียนรู้ที่จะหุบปากบ้างด้วย กระทั่งล่าสุด มอร์ล่า ก็ออกมาชี้แจงว่า มาราโดน่า ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะด่า เมสซี่ แต่อย่างใด

ทนายของอดีตดาวเตะระดับโลก เผยว่า “สิ่งที่ ดีเอโก้ อยากจะสื่อก็คือ -เลิกพูดถึงเรื่องที่ เมสซี่ ต้องเป็นผู้นำ- สักที เขาตั้งใจจะสื่อแบบนั้น เมสซี่ ไม่ควรที่จะต้องมาเป็นผู้นำแค่คนเดียว ตอนอยู่ที่ บาร์เซโลน่า เขาเล่นให้ทีมที่ทุกคนต่างก็เล่นได้ดี รวมถึงเล่นกันแบบเป็นทีม มันก็เท่านั้นเอง”

“ทุกคนบอกว่า ดีเอโก้ ตำหนิ เมสซี่ แต่มันไม่ใช่ความจริงเลย มาราโดน่า มีวิธีพูดตามแบบของเขาเอง ส่วนไอ้ประโยคห้องน้ำเนี่ย ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะการชักจูงของนักข่าวชาวเม็กซิกันที่เป็นคนสัมภาษณ์เขา และทำให้เกิดสถานการณ์นั้นขึ้น”

“พรุ่งนี้ มาราโดน่า จะโทรศัพท์ไปหา  เมสซี่ เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่เขาอยากจะสื่อก็คือพวกเขาไม่ควรกดดันเขา (เมสซี่) มากเกินไป ไม่ใช่ติดต่อไปหาเพื่อขอโทษเขา จริงอยูว่า เมสซี่ มีอาการประหม่าก่อนลงเล่นอยู่บ้าง แต่ มาราโดน่า อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย มันเป็นความผิดของทุกคนในทีมต่างหาก” มอร์ล่า ระบุ

แข้งเทพเบียดเทพอินทรี 1-0 นับถอยหลังไทยลีก

ไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้วกับ แข้งเทพเบียดเทพอินทรี 1-0 นับถอยหลังไทยลีก

‘ทอม’ กดประตูชัย! 

ผลบอล มานูเอล ทอม เบียรห์ ยิงประตูชัยพา “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ไปหวุดหวิด 1-0

ฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 นัดที่ 29 วันที่ 12 กันยายน 2561 ที่สนามทรู สเตเดียม “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง รับการมาเยือนของ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วย

เกมนี้ มาโน่ โพลกิ้ง แม่ทัพ “แข้งเทพ” ได้ ร็อบสัน แฟร์นันเดส พ้นแบนลงประสานในแนวรุกร่วมกับ สุมัญญา ปุริสาย, วานเดอร์ หลุยส์ และ รุ่งรัตน์ ภูมิจันทร์ทึก

ด้าน คัมเบะ ซูคาโอะ เฮดโค้ชทีมเยือน ไร้ กรวิชญ์ ทะสา หัวหอกดาวโรจน์ที่ยิงสองนัดติดต่อกันที่เจ็บ ทำให้ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน คอยล่าตาข่ายกับ เซอร์ดาน ดิมิตรอฟ โดยมี ธัญพิสิษฐ์ คุขะละโม คอยทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง

เริ่มเกมเจ้าบ้านบุกหนักหวังทะลวงตาข่ายให้ได้กระทั่งมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 39 เมื่อ สรรวัชญ์ เดชมิตร ตักบอลไปฝั่งขวาให้ เอเวอร์ตัน กอนคัลเวส โหม่งตั้งเข้ากรอบเขตโทษให้ มานูเอล ทอม เบียรห์ ชาร์จจ่อๆ ให้ “แข้งเทพ” ออกนำ 1-0 ซึ่งประตูดังกล่าวเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม หมดครึ่งแรก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด นำ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด อยู่ 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 63 ทรู แบงค็อกฯ เกือบได้ประตูเพิ่ม จากการยิงของ สุมัญญา ปุริสาย แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

ถัดมานาทีเดียว ร็อบสัน แฟร์นันเดส เปิดบอลไปหน้าประตูให้กับ สุมัญญา ปรุสาย โขกเน้นๆ แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว

นาทีที่ 74 แข้งเทพ เกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อ ร็อบสัน แฟร์นันเดส ไหลบอลให้ สรรวัชญ์ เดชมิตร แปเน้นๆ แต่บอลข้ามคานอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เอาชนะ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ไป 1-0 รักษารองจ่าฝูงเหนียวแน่น

สำหรับโปรแกรมฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2018 นัดต่อไป ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน ชลบุรี เอฟซี ที่สนามชลบุรี สเตเดียม วันที่ 16 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น.

ส่วน อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี ที่สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี วันที่ 15 กันยายน 2561 เวลา 17.45 น.

รายชื่อ 11 ตัวแรกทั้งสองทีม

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด : วรุฒ เมฆมุสิก (GK), มิก้า ชูนวลศรี, มานูเอล ทอม เบียรห์,เอเวอร์ตัน กอนคัลเวส, เมห์รดัด ปูลาดี้, แอนโทนี เพ็ชรอำไพพิทักษ์วงศ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, สุมัญญา ปุริสาย,วานเดอร์ หลุยส์, รุ่งรัตน์ ภูมิจันทร์ทึก, ร็อบสัน แฟร์นันเดส

อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด : วัฒนพงษ์ ตาบุดดา(GK),เจษฎากร เหมแดง,ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์, บรินเนอร์ เฮนริเก้, อภิวัฒน์ เพ็งประโคน,อันโตนิโอ แวร์ซูรา(C), สมศักดิ์ มุสิกะพันธ์, เซอร์ดาน ดิมิตรอฟ, ธัญพิสิษฐ์ คุขะละโม, ณัฐวุธ เจริญบุตร, กิตติไกร จันทะรักษา

บุรีรัมย์ เปิดรังเฉือน เชียงราย 1-0 ยึดจ่าฝูงแน่น

ถอนแค้นสำเร็จ! บุรีรัมย์ เปิดรังเฉือน เชียงราย 1-0 ยึดจ่าฝูงแน่น

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 เกมที่ 27 เมื่อวันพุธที่ 5 กันยายน 2561 ที่ ช้างอารีนา เป็นเกมบิ๊กแมตช์ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง รับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด

เริ่มเกมมาแค่ 2 นาที สุเชาว์ นุชนุ่ม โดนสกัดล้มลงในเขตโทษ นที ชูสุวรรณ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะมาขอดูวีเออาร์ (VAR) แล้วกลับคำตัดสินให้เป็นการตั้งเตะจากเส้นประตูแทน

นาทีที่ 7 เชียงราย มาได้ทักทาย โรซิมาร์ อมานซิโอ ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะสับไกบอลพุ่งไปตรง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ล้มตัวรับบอลไว้ได้

นาทีที่ 15 ปราสาทสายฟ้า ได้ขึงเกมบุกเข้าใส่อย่างหนัก ออสวัลโด ฟิลโญ ได้บอลทางซ้ายก่อนจะดึงโยกหลอกแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ วิคเตอร์ คาร์โดโซ สกัดบอลผิดเหลี่ยม โชคดีบอลลอยไปเข้าทาง ฉัตรชัย บุตรพรหม รับไว้ได้

นาทีที่ 32 ออสวัลโด ฝากบอลจากทางซ้ายเข้ากลางมาให้ ศุภชัย ใจเด็ด ได้ง้างเท้ายิงจากแถวสองบอลพุ่งออกหลังไป

นาทีที่ 40 ปราสาทสายฟ้า น่าที่จะได้ประตูออกนำ กรกช วิริยอุดมศิริ ได้หลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดยัดเข้ามาที่เสาแรก ฮาเวียร์ ปาติญโญ ดึงบอลได้ก่อนจะกึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตู ดิโอโก วิ่งเข้าไปวอลเลย์แต่โดนไม่ดีบอลออกหลังไป

นาทีที่ 45+2 เชียงราย ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกบริเวณหัวกระโหลก โรซิมาร์ อมานซิโอ วิ่งเข้าไปยิงบอลพุ่งออกหลังไป จากนั้นไม่มีจังหวะลุ้นประตูเพิ่ม ทำให้จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-0

กลับมาเล่นกันต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 กว่างโซ้งมหาภัย ได้ฟรีคิกทางขวา ชัยวัฒน์ บุราญ เปิดบอลด้วยซ้ายไปที่เสาสอง ทว่าเพื่อนเข้าไม่ถึงบอลออกหลังไป

นาทีที่ 60 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ดิโอโก เล่นสั้นกับ อันเดรส ตูเญซ บอลไปโดนแขนผู้เล่น เชียงราย ผู้ตัดสินเป่าเป็นแฮนด์บอล ดิโอโก เดินเข้าไปยิงบอลพุ่งไปติด วิคเตอร์ คาร์โดโซ เด้งออกข้างสนามไป

นาทีที่ 78 ศศลักษณ์ ไหประโคน ดักโขกบอลให้ ออสวัลโด ได้กระชากบอลขึ้นหน้าหลอกผู้เล่นเชียงราย แล้วปาดมาที่กลางประตูให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ยิงเข้าไปไม่เหลือซาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทะยานออกนำ 1-0

จากนั้น เชียงราย ยูไนเต็ด พยายามที่จะโหมบุกใส่หวังเอาประตูคืนให้ได้ แต่ก็โดน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สวนกลับได้อันตรายหลายจังหวะ แต่ก็ยังคงไม่มีประตูเพิ่ม

จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถอนแค้นเอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนนไปครอง ยังคงรักษาจ่าฝูงไว้ได้ พร้อมกับทำให้มี 66 คะแนน จาก 27 นัด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู), พรรษา เหมวิบูลย์, อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, กรกช วิริยอุดมศิริ, สุเชาว์ นุชนุ่ม (C) (ศศลักษณ์ ไหประโคน น.46), จักรพันธ์ แก้วพรม, ศุภชัย ใจเด็ด, ออสวัลโด ฟิลโญ (สุภโชค สารชาติ น.88), ดิโอโก หลุยส์ ซานโต, ฮาเวียร์ ปาติญโญ (ยู จุนซู น.65)

เชียงราย ยูไนเต็ด : ฉัตรชัย บุตรพรหม (ผู้รักษาประตู), ชินภัทร์ ลีเอาะ, วิคเตอร์ คาร์โดโซ (C), ธนะศักดิ์ ศรีใส, สุริยา สิงห์มุ้ย, ปิยพล ผานิชกุล, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, อี ยอง แร, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, ชัยวัฒน์ บุราญ (ศราวุธ อินแป้น น.84), โรซิมาร์ อมานซิโอ (อัครวินท์ สวัสดี น.81)

คนนี้มาแรง! คีย์แมน ที่จะพาทีมคว้าแชมป์ลีก

คนนี้มาแรง! คีย์แมน ที่จะพาทีมคว้าแชมป์ลีก

สตีฟ นิโคล แบ็คขวาของตำนานหงส์ เชื่อเหลือเกินว่า ดาวเตะคนใหม่อย่าง อลิสซอน เบ็คแกร์ จะเป็นนายทวารที่สามารถพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้เราหวังอย่างยิ่งว่า สามประสานแดนหน้า ลิเวอร์พูล อย่าง ซาลาห์, มาเน, ฟีร์มิโน จะช่วยกันสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำเยอะ ๆ ยิงประตูให้ได้เยอะ ๆ จนพาทีมประสบความสำเร็จ” นิโคล กล่าว

แต่ในฤดูกาลนี้ พวกเขายังจูนกันไม่ค่อยติดดีสักเท่าไหร่นัก แต่เรากลับเอาชนะคู่แข่งแถมเก็บคลีนชีทรวด 3 นัดได้ซะอย่างนั้น”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อลิสซอน คือหนึ่งในกุญแจที่สำคัญของผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมแบบนี้ และนี่คือความแตกต่างที่เกิดขึ้นสำหรับทีมในฤดูกาล 2018-19″

“วันไหนที่เราเจอกับเกมอันยากลำบาก ก็มีโอกาสที่จะเอาชนะคู่แข่งไม่ได้สูงนัก แต่พอมี อลิสซอน อย่างน้อยผู้เล่นกองหน้าก็มั่นใจละว่าไม่แพ้แน่ ๆ ทำให้พวกเขากล้าสร้างโอกาสบุกโจมตีมากขึ้น จนเป็นที่มาของชัยชนะ”

“นี่แหละ ทำไมผมถึงเชื่อว่า อลิสซอน จะพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลนี้”